Hello world!

Welcome to WordPress.com. This is your first post. Edit or delete it and start blogging!

Posted in Uncategorized | 1 Comment

ยีนส์ ยีนส์ ยีนส์

  ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมานี่รู้สึกว่าเราจะเป็นโรคจิตอยู่สองอย่าง อย่างแรกคือติดประมูลของใน ebay อย่างที่สองคือเป็นโรคบ้าซื้อกางเกงยีนส์ อาจจะเป็นเพราะเก็บกดช่วงหลังไม่ค่อยได้ใส่กางเกงยีนส์ที่รู้สึกว่ามันเป็นยีนส์จริงๆ ที่มีอยู่ก็ใส่ไปงั้นๆ ที่ซื้อมาพวกยีนส์ของ CPS ก็ยังไม่โดนใจ แบบว่าเกือบจะใช่แต่ยังไม่ใช่ เพราะของ CPS ค่อนข้างจะออกตามเทรนด์ใหม่ๆไว แต่ยังไม่ Original จริงๆ จนมาเจอของโดนตัวแรกก่อนปีใหม่กับ 7 For All Mankind แบรนด์นี้มาดังในเมืองไทยก่อนหน้านี้สัก 1-2 ปีแล้ว แต่ว่ามีแต่ของหิ้วไม่มีร้านนำเข้า พอมีร้าน Denim Bar เปิดขึ้นมาก็เลยมีแบรนด์นี้นำเข้ามาขายด้วย ตอนหยิบมาดูทีแรกก็ยังไม่คิดว่าสวยเท่าไหร่ แต่ด้วยความที่เคยได้ยินชื่อเสียงมานาน เลยขอลองใส่ดูสักหน่อย ปรากฎว่าใส่แล้วโดนสุดๆ ทรงถูกใจ สีสวย ผ้าก็นิ่มโคตรๆ อย่างเนียน พลิกดูราคา 9 พันกว่าบาท แต่มีคูปองส่วนลดอยู่พอดี เอาก็เอาวะ.. โดนไปจนได้กับเจ้า..

7 For All Mankind ตัวแรกทรง Standard ขาตรง

 

  มาถึงของโดนตัวที่สอง พอได้ของดีตัวแรกก็เริ่มเข้าไปค้นข้อมูลยีนส์เจ๋งๆตามเวปนอก ก็ไปเจออีกตัวนึงของ Energies ตัวนี้ถูกใจตรงที่ชอบแบรนด์นี้อยู่แล้วที่ชอบมีเสื้อผ้าเจ๋งๆออกมา พอเจอตัวนี้ทั้งการฟอกสี กระเป๋าหลัง และลูกเล่นต่างๆ ลองไปเดินดูที่ร้านในห้างก็เจอพอดี 9 พันกว่าบาทอีกละ มีคูปองลดได้สองพัน เอาก็เอาว่ะ.. โดนไปอีกตัว

Energies ทรง Slim Morris in Black

 

 

 มาตัวที่สามครับ ตัวนี้เนื่องจากวันปีใหม่จะมีน้องบินกลับมาจากอเมริกา ไอ้เราก็ยังติดใจ 7 For All Mankind อยู่ในเมืองไทยมีให้เลือกน้อย แถมแพงก็แพง งั้นฝากหิ้วมาเลยละกัน ก็เลยฝากเค้าสั่งซื้อมา 180$ +Vat เป็น 198$ ไอ้ตัวนี้ซื้อเพราะความบ้าชัดๆ เพราะว่าปัจจุบันนี้ก็ยังไม่ได้ใส่เลยครับ ใครสนใจจะซื้อต่อก็บอกได้นะ อิอิ

7 For All Mankind ทรง Bootcut in Toledo

 

  แล้วก็ตัวสุดท้ายสดๆซิงๆ เดือน ก.พ.นี่เอง อันนี้ก็เหมือนว่าดวงมันจะโดนเพราะว่าก่อนหน้านี้เคยอยากได้ยีนส์ของ Diesel แต่พอดูในเวปก็แล้ว ไปดูที่ร้านก็แล้วมันยังไม่โดนใจ แต่ดันได้เข้าไปร่วมงานเปิดตัวยีนส์ครั้งแรกของ Adidas Original ซึ่งไม่เคยทำยีนส์มาก่อนแต่ได้ร่วมมือกับ Diesel ทำยีนส์ขึ้นมา ตามกระแสของการ Cross Brand ในช่วงนี้ ไอ้เราก็ชอบ Adidas Original อยู่แล้วแถมอยากได้ Diesel อีก งานนี้เรียกว่าซื้อ 1 ได้ถึง 2 โดนเข้าไปเต็มๆ ถึงจะต้องกัดฟันซื้อราคาเต็ม 9,900 แต่ก็ได้ของแถมเป็นกระเป๋า Adidas กับ Diesel มาให้รู้สึกคุ้มนิดๆ ตัวนี้พิเศษตรงที่ว่าถ้าใช้แฟลชมือถือหรือกล้องถ่ายรูปเปิดแฟลชไปที่ส่วนของ Trefoil และ 3 แถบ จะมีแสงสะท้อนออกมาในรูปถ่ายด้วย

Adidas x Diesel ทรง Adi-Thanaz Unwashed

 

ฝากถึงคนที่เลือกซื้อยีนส์นะครับ ชอบตัวไหนโปรดลองก่อนครับ บางตัวที่ดูว่าไม่ค่อยสวย ลองแล้วอาจจะสวยจนติดใจก็ได้ แต่บางตัวที่ดูแล้วสวยพอลองจริงๆอาจจะไม่เข้ากะเราก็ได้ อีกอย่างก็คือ ถ้าเลือกซื้อยีนส์ผ้าใหม่ หรือว่ายังไม่ฟอก ส่วนมากถ้าซักแล้วจะหดนะครับ 1-2 นิ้ว ลองหาข้อมูลหรือถามคนขายก่อนก็ดี เพราะถ้าตอนลองมันพอดี แต่ไปซักแล้วหดใส่ไม่ได้ ไม่รู้ด้วยนะ

 

Posted in Life | Leave a comment

ของขวัญจากซานตาครอส !

 
  ตื่นสายอีกแล้วครับวันนี้ 25 ธ.ค.2550 วันคริสมาสต์ของฝรั่ง เมื่อวานแอบไปฉลองมานิดหน่อย ไม่นึกว่าพอตื่นขึ้นมาปีนี้จะมีของขวัญมาส่งถึงบ้าน อิอิ ของขวัญที่ว่าอาจจะไม่น่าสนใจสำหรับคนอื่น แต่มันเป็นของที่ผมชอบและได้มาแบบแปลกๆครับ เป็นโมเดล (Action Figure) จากการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่อง Bastard!! (Destructive God of Darkness) ซึ่งผมบังเอิญเห็นพ่อค้ารายนึงใน ebay เอามาประมูลขาย และผมก็เป็นคนเดียวที่ลงชื่อประมูลไปโดยที่ไม่มีใครมาประมูลแข่งด้วย ในราคาเริ่มต้นที่แสนถูก แค่ 10$ ซึ่งถูกกว่าค่าส่งสินค้ามาเมืองไทยประมาณ 20$ ซะอีก แถมพอส่งมาถึงแล้วก็ไม่โดนภาษีอีก (รอบก่อนสั่งของโดนภาษีไป 400) ทั้งๆที่คนขายเหมือนจะแกล้งด้วยการใส่ราคาไปหน้ากล่องถึง 100$ แถมระบุมาว่ามี 3 Toys อยู่ในกล่อง ที่ว่าอาจจะแกล้งเพราะก่อนหน้านี้เค้าเสนอขายของมาแล้วผมไม่กดซื้อ ด้วยเหตุผลที่ว่าผมไม่ชัวร์ ซึ่งรอบนี้ถ้าโดนภาษีคงจะหนัก รวมๆราคาเจ้าตัวนี้ก็แค่ 30$ หรือ 1,050 บาทเอง ซึ่งหากไปหาซื้อในเมืองไทยคงไม่ต่ำกว่า 2,500 แถมอาจจะหาไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะเป็นของที่ออกมาหลายปีแล้ว อีกทั้งเป็นของจากบริษัท kotobukiya ที่ขึ้นชื่อว่าหมดแล้วหมดเลย เท่าที่ลองเสิชมาก็ยังไม่เจอใครขายเลย ซึ่งเจ้าตัวที่ได้มานี้เป็น Figure ที่สูงถึง 7 นิ้ว เป็นตัวแรกในซีรี่ย์เพราะว่าเป็นพระเอกของเรื่อง Bastard!! ที่ชื่อว่า Dark Schneider ใครที่เคยอ่านเรื่องนี้น่าจะรู้ว่ามันส์ สนุก เสียว แค่ไหน ซึ่งแพคเกจที่ได้มานั่นไม่ธรรมดาครับ เพราะเป็นกล่องที่วางขายในอเมริกาเป็นแพคพิเศษที่แถม DVD ยาวกว่า 3 ชม.ของการ์ตูนเรื่องนี้ให้ด้วย (คงจะเพราะว่าอยากให้เด็กฝรั่งได้รู้เนื้อเรื่องด้วยมั๊ง) โอ้วว..มันยอดมาก กำลังอยากได้พอดี เพราะว่าไม่มีลิขสิทธิ์ในเมืองไทย บางฉากมันโป๊มากไปน่ะเอง ขนาดหนังสือการ์ตูนยังโดนแบนจากแผง ทั้งๆที่จริงๆเนื้อเรื่องมันเจ๋งมากเลยนะ
 
 
ขอบคุณซานตาครอสที่ช่วยส่งของมาให้วันคริสมาสต์ด้วยคร้าบบบบบบ
Posted in Hobbies | 2 Comments

Funeral For A Friend ในที่สุดเมืองไทยก็มีวงเจ๋งๆมาสักที

 
ศิลปิน – Funeral For A Friend

สถานที่แสดง – ร้าน Bar Yan Tree MAXX

 วันที่ 9 ก.ย.2550 ที่ผ่านมาถือเป็นฤกษ์งานยามดีสำหรับขาร็อคในแนว Post-Hardcore และ Emocore ที่มีโอกาสได้สัมผัสกับวงระดับหัวขบวนแถวหน้าของเพลงในแนวนี้ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ถึงแม้ว่างานนี้แฟนเพลงจะมาเพียงแค่ 2-3000 คน เนื่องจากมีเวลาโปรโมทค่อนข้างน้อย ทำให้หลายๆคนไม่รู้ แต่ก็ถือว่ามากพอสมควรและทุกคนก็คือแฟนตัวจริงกันทั้งนั้น สำหรับราคาบัตรงานนี้ 1000-1200 บาท ถือว่าคุ้มมากๆ พวกเค้าขนเพลงจากทุกอัลบั้มมาเล่นถึง 16 เพลง แค่อินโทรเพลงแรกขึ้นมาก็ขนลุกซะแล้ว Matthew Davies นักร้องนำออกมาในชุดเสื้อเชิ้ตขาวมาดเนี๊ยบกว่าที่คาดไว้ อย่างกับมาร้องเพลงคลาสสิค แต่นี่คือการแสดงแบบ Hardcore ! ตลอดการแสดงของวงนั้นคนดูก็ตอบรับและให้ความร่วมมือดีมากทั้งร้องทั้งโดดทั้งตบมือตามจังหวะ มีการเล่น Surf อยู่เป็นระยะ บางคนก็โดดขึ้นไปบนเวทีกันเลย ถึงแม้ในบางจุดจะมีการแทคเกิ้ลกันอย่างหนักหน่วงแต่งานนี้ก็ไม่มีการตีกันแต่อย่างใด เพราะทุกคนมากันด้วยใจและเป็นแฟนเพลงตัวจริง ซึ่งหลังจากเล่นไป 14 เพลงแล้ว FFAF ก็ได้กลับเข้าไปด้านหลังเวที ทำให้แฟนเพลงต้องร้องเรียกเพื่อให้กลับมา Encore ซึ่งก็ใช้เวลาไม่นานนักเสียงโทรศัพท์จากเพลง Streetcar ก็ดังขึ้นเป็นสัญญาณว่าพวกเขาจะกลับเข้ามาเล่นแล้ว แล้วจบสุดท้ายลากันด้วยเพลงโปรดของผม Escape Artists Never Die ซึ่งก่อนที่วงจะจบการแสดงออกไปนักร้องนำของวงก็โดดจากเวทีมาเล่น Surf กับแฟนเพลงทั้งด้านซ้าย ด้านขวา ด้านหน้า ถึงฝั่งละ 2 รอบ อย่างไม่กลัวที่จะพลาดตกลงมาเจ็บตัว แสดงให้เห็นว่าแฟนเพลงรักพวกเค้าแค่ไหน

 
นายแด๊ก Big Ass ก็มางานนี้ด้วย ซึ่งเจ้าตัวให้สัมภาษณ์ว่าตอนฟังเพลงวงนี้ครั้งแรกก็ชอบเลย มีอินโทรและจังหวะที่เป็นเอกลักษณ์
ส่วนนายแฮ็ค วง Clash ก็บอกว่าชอบสไตล์กีต้าร์ของวงนี้

 

Matthew Davies-Kreye นักร้องนำ

 

 Darren Smith มือกีต้าร์

 

 Gareth Davies มือเบส

 

 Kris Coombs-Roberts มือกีต้าร์อีกคน

 

Set list ของวง

 

ไปถ่ายรุปกับนักร้องนำหลังจบงาน อิอิ 

 

โปสเตอร์พร้อมลายเซ็นต์ 

 

Posted in Party | Leave a comment

Zu@Singapore ตะลอนทัวร์

 

     เมื่ออาทิตย์ก่อนเจ้าเพื่อนตัวดีชวนไปช้อปปิ้งกินข้าวมันไก่ที่สิงคโปร์ แถมให้เราบินฟรีอีกใครจะพลาดล่ะ 555 ออกจากสุวรรณภูมิ 7 โมงกว่าๆ ไปถึงสิงคโปร์ประมาณเกือบ 11 โมงเช้าสิงคโปร์ เวลาที่นั่นจะเร็วกว่าเมืองไทยประมาณ 1 ชั่วโมง ไปถึง Pheonix Hotel ที่พักของเราด้านหลังถนน Orchard ก็เจอกับเจ๊หงและพี่เก๋ซึ่งเดินทางล่วงหน้ามาก่อนเราได้ 2 วันแล้ว ได้ข่าวว่าไปตะลุยราตรีมาทั้ง Ministry Of Sound และ Zouk คลับชื่อดังของสิงคโปร์ จะสนุกแค่ไหนต้องลองถามเจ๊ดูละกัน ด้วยว่าทริปนี้ของเรามาทีหลังเน้นช้อปปิ้งและเรามีแผนไปตะลุยหาของที่อยากได้ พอเดินมากๆเท้าระบมและเหนื่อยกันจนเที่ยวไม่ไหว อีกอย่างคราวก่อนที่มาก็เคยเที่ยวเกือบหมดแล้ว เลยไม่ค่อยมีแรงจูงใจมากเท่าไร

Dj. K  , Hong (blu-O) , Mop (OnAir) , Mark (Zuatnight)

 

หลังจากหม่ำข้าวมันไก่สิงคโปร์กันเรียบร้อยแล้วก็ได้เวลาตะลุยกัน จากโรงแรมที่พักเดินทะลุด้านหลังออกมานอกตึก Specialists’ Shopping Center ก็เจอกับถนนสายช้อปปิ้ง Orchard Road นั่นเอง

 

เดินข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามเลยครับพี่น้อง 

ข้ามมาแล้วก็จะเจอร้านนี้ครับ Bee Cheng Hiang ร้านขายกุนเชียง หมูแผ่น หมูหยอง สุดอร่อยของสิงคโปร์ หมูแผ่นอร่อยมากๆขอบอก ขนาดปกติผมไม่ชอบกินนะ ยังต้องซื้อติดมือกลับบ้าน 

หลังจากนั้นรีบตรงดิ่งไปร้านนี้ครับ TopShop และ TopMan ร้านเสื้อผ้าวัยรุ่นแบรนด์ของประเทศอังกฤษสุดจ๊าบ  คอเพลง Brit Pop , Indie , Electro , Nu Rave มาเจอร้านนี้อาจจะหมดตัวได้ เพราะมีเสื้อผ้าทันสมัยสวยๆทั้งร้าน  มารอบนี้ได้ทั้ง เสื้อ กางเกง กระเป๋า (อาทิตย์ก่อนนู้นน้องกี้ใจดีก็เพิ่งส่งเสื้อ Topman ที่อังกฤษมาให้ )

เดินไปบนถนน Orchard บางช่วงจะมีนักเรียน นักศึกษา มายืนรับบริจาคเงิน อย่างจุดที่เห็นนี้มีการแสดงดนตรีด้วย เรื่องฝีมือก็ทั่วๆไป แต่เพลงที่เอามาเล่นนี่สิ เค้าเล่นเพลงของวง Keane ครับ เข้าท่ากว่าวัยรุ่นเมืองไทยเยอะเลย

อันนี้ของแปลกครับ คุณปู่ควงฮูล่าฮูป แต่ฮูล่าฮูปของแกจะเป็นเหมือนสร้อยประคำเส้นใหญ่ๆยาวมากกกก เห็นภาพใน นสพ.ที่แกเอามาโชว์อยู่เรียกว่าเป็น Great Balls Of Fire ใครสนใจแกจะสาธิตการใช้งานและขายให้ด้วย ผมถ่ายคลิปมาด้วยครับเด่วลองแปลงไฟล์ก่อน ตลกดี

ตามทางระหว่างเดินก็จะเจอร้านขายไอติมแบบนี้อยู่หลายจุด เป็นรถเข็นขายไอติม Magnolia มีให้เลือกหลายรส เค้าจะเอามาหั่นเป็นแท่งๆ แล้วให้เลือกว่าจะประกบกับขนมปังหรือเวเฟอร์ ราคาชิ้นละ 1 เหรียญ (23 บาท) 

บรรยากาศยามค่ำคืนที่ Orchard 

อันนี้เป็นร้านขายของทอดเก่าแก่ของสิงคโปร์ Old Chang Kee เห็นมีอยุ่ 3-4 จุด บนถนนเส้นนี้ ความยาวของถนน Orchard ก็ประมาณเดินจากมาบุญครองไปเซ็นทรัลชิดลมนั่นละครับ  

ของกินในร้านก็จะมีกะหรี่ปั๊บ แล้วก็ของทอดเสียบไม้มีลูกชิ้นปลา กุ้งทอด ปลาหมึก ใส่น้ำจิ้มหวาน (ปลาหมึกอร่อยกรอบดี)   ราคาไม่แพงไม้ละ 1 เหรียญกว่าๆ ของกินที่นี่เทียบกับเมืองไทยไม่แพงมากครับ แต่ที่ทำให้หมดตูดก็คือของในร้านทั้งหลายมันล่อตาล่อใจให้ซื้อมาก

หลังจากเดินจนเท้าระบมสุดๆก็กลับไปนอนพักที่โรงแรม แล้วออกมากินอาหารญี่ปุ่นร้านโยชิโนย่าที่เคยมาเปิดที่เมืองไทย แต่ไม่อร่อยอย่างแรง ตอนดึกเลยออกไปกินที่ประจำของเพื่อนผมที่ Newton นั่ง Taxi ไปคันนึงเค้าให้นั่งได้ 4 คนเท่านั้น

ที่นี่จะเป็น Food Center เห็นเพื่อนบอกว่าเปิด 24 ชม. แต่มากินกันตอนกลางคืนทุกที อาหารแต่ละร้านก็จะคล้ายๆกันมาถึงก็เลือกที่นั่งเลย จะมีคนดูแลประจำโซนเอาเมนูมาให้เลือก บางครั้งอาหารอาจจะมาจากหลายๆร้านเราก็สั่งจากคนดูแลได้เลยเก็บเงินรวมครั้งเดียว

บรรยากาศตรงกลาง

 

บรรยากาศด้านข้าง 

 จานแรกมาก่อนเลยข้าวมันไก่สั่งแยกไก่สับกับข้าวมันคนละจาน เกือบถ่ายไม่ทันเพราะแต่ละคนหิวโซ จิ้มกินกันไปแล้ว

จานสองเป็นผัดผักคล้ายๆผักคะน้าจิ๋วราดซอสน้ำมันหอยกับหอมเจียว อันนี้สั่งมาสองจาน 

กุ้งทอดครับ ตัวใหญ่อร่อยกรอบ ตอนแรกคิดว่าเป็นกุ้งทอดพริกเกลือแต่ไม่ใช่ครับ ชิมแล้วเดาไม่ออกว่ากรอบๆที่ทอดราดมาเป็นอะไร 

อันนี้เป็นหอยผัดพริก คล้ายๆหอยตลับแต่เนื้อนุ่มกว่ามาก ในเมนูเขียนว่า LaLa

อิ่มแล้วครับกลับห้องนอนดีกว่า

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

สำหรับวันที่สองตื่นขึ้นมาก็มีน้องโอปอล์และน้องเอ๋จากหนังเรื่องเพื่อนสนิทตามมาทัวร์ หลังจากไปกินข้าวมันไก่แถวโรงแรมเสร็จแล้ว ผมก็ขอตัวแยกย้ายไปสำรวจที่ใหม่ๆ ให้เพื่อนพาสาวๆไปช้อปปิ้งที่ Orchard และ Little India

ฝั่งตรงข้ามกับโรงแรมที่พักเป็นสถานีรถไฟใต้ดิน MRT Somerset ด้านข้างๆเป็นสนามสำหรับเด็กสเก็ตบอร์ดทั้งหลาย

นั่งรถใต้ดินไปสถานี Cityhall เนื่องจากจุดหมายในครานี้คือ Godiva ร้านช็อคโกเลตไฮโซจากเบลเยี่ยม

ในสิงคโปร์มี Godiva อยุ่ 4 ที่ครับ ที่ Orchard ก็มีอยู่ในห้าง Takashimaya แต่ที่สาขานี้มีเยอะกว่าและมีเจ้านี่ด้วย Chocolixir สั่งมาเป็นแบบ Dark Chocolate Decadence แก้วละ 8 เหรียญ ในร้านจะมีช็อคโกเลตแบบขายเป็นแพคและแบบแยกชิ้นชั่งขายด้วยครับ ตกราคาลูกละประมาณ 100 บาท

 

ออกจากสถานีเดินต่อไปเรื่อยๆข้ามสะพานก็จะเจอกับตึกทุเรียน Esplanade สิงคโปร์นั่นเอง สถานที่ในกรุงเทพเราก็ตั้งชื่อเหมือนกับของเค้าอยู่หลายที่นะ

 

อีกมุมนึงอยู่ตรงข้ามกับ MerLion Park

สิงคโปร์ตัวใหญ่

 

สิงคโปร์ตัวเล็ก ฝั่งตรงข้ามไกลๆนู้น ดูแล้วเหมือนกับ London Eye เลยแต่ว่าไม่มีชิงช้า

 

เดินไม่เหนื่อยครับแต่เมื่อยมาก พักกินน้ำใน Starbucks ก่อน

เดินเลาะๆมาทาง Boat Quay เจอกับอนุสาวรีย์นก แต่อยากเรียกว่าอนุสาวรีย์ไก่มากกว่า เพราะไปไหนก็มีข้าวมันไก่ให้กิน    เลยจากนี้ไปหน่อยริมแม่น้ำช่วงค่ำๆกลางคืนบรรยากาศดีครับ มีผับและร้านอาหารด้วย

จุดหมายอีกที่นึงคือ China Square Central แว้ปไปดูร้านของเล่นตึกนี้มีอยู่ 7-8 ร้าน ก็มีของน่าสนอยู่พอมควร อย่างชุดนี้มาจากหนัง+เกมส์ Final Fantasy VII

 โมเดล Star Wars ที่ตึกนี้มีเยอะมากหลายแบบ

ก่อนกลับโรงแรมแวะ HMV ได้ CD Above & Beyond ที่เจ้าเอ Aluna ฝากซื้อในราคาแสนถูก แค่ประมาณ 350 บาท เพราะไปช่วงฉลองลดราคาของร้านพอดี

 

หมูแผ่นสิงคโปร์ แบบแผ่นเล็กกะแผ่นใหญ่

น้ำอัดลม F&N ของเค้ามีหลายรสลองซื้อรส Sarsi กับ Ice Cream Soda มาลอง มี Mountain Dew กับ Kickapoo ที่สาบสูญไปจากประเทศไทยแล้วด้วย Coke Lime แล้วก็ รูทเบียรจิงโจ้ เจอ Jack Daniels Cola รีบคว้ามาทันที ใน 7-11 ขายขวดละ 10 เหรียญ (คาฟูทีนั่นขายแค่ 7 เหรียญเองเซงเลย) Carlsberg Import ขวดสวยดี

Godiva

เปิดมาข้างใน

Godiva แบบ Biscuits

Penfolds สองขวดนี้จากสนามบิน

 

Posted in Life | 5 Comments

Black Planet : Secret Society

 
 
   ไม่ได้อัพ Space มาซะนาน ว่าจะเขียนรีวิวงานของ Black Label ซะหน่อย
 
แต่แบบว่าขี้เกียจอะ เขียนลงบอร์ดไปเยอะแล้ว รูปก็เยอะมาก ใครอยากรู้ว่างานนี้เป็นยังไง
 
เข้าไปดูได้ในบอร์ดเลยนะจ๊ะ http://www.zuatnight.com/board/index.php?topic=750.0

อย่าลืมสมัครสมาชิกก่อนนะ อิอิ  

 

Posted in Party | 4 Comments

Jojo’s Bizarre Adventure

 
ด้วยความชอบการ์ตูนเรื่อง โจโจ้ล่าข้ามศตวรรษ (Jojo’s Bizarre Adventure) เป็นอย่างมากเลยตามหาของเล่นของสะสมจากเรื่องนี้มาเก็บไว้ ล่าสุดก็ได้ของเล่นชุดนี้มา เป็นของเล่นประเภทที่เค้าเรียกว่า Action Figure ซึ่งชุดนี้ผลิตโดยบริษัท Kotobukiya  ซึ่งเป็นที่รุ้กันว่ามีงานสวยๆหลายซีรี่ย์ และเป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทขายของเล่นญี่ปุ่นที่มีเวปเป็นภาษาอังกฤษด้วย (www.kotous.com)
 
Kotobukiya ทำของเล่นจากเรื่องโจโจ้ภาค 3 และ 5 ออกมาขายนานแล้ว เคยไปตามหาของเล่นชุดนี้ตามร้านต่างๆ ส่วนมากจะเจอของจากภาค 3 มีราคาตั้งแต่กล่องละ 2-5000 ตามความนิยมและหายาก และด้วยความบังเอิญ+โชคดีทำให้ได้ของเล่นจากภาค 5 มา 4 กล่องในราคาถูก ซึ่งถ้าไปหาซื้อตามร้านไอ้เจ้า 4 กล่องนี้ต้องใช้งบไม่ต่ำกว่า 14,000 แน่ๆ
 
มาดูรูปกันเลยดีกว่า ถ่ายจากมือถือไม่ค่อยสวยเท่าไรนะ
 
เริ่มจากกล่องแรกในซีรี่ย์ พระเอกของภาค 5 โจรูโน่ และ สแตนด์ Gold Experience
มีแถมสแตนด์ปล่อยลูกศรตัวเล็กๆให้
 
กล่องที่สองเป็นพระรองในเรื่องชื่อว่า บรูโน่ บูจาราตี้ และสแตนด์ Sticky Fingers
มีตัวแถมคือสแตนด์ก้อนหินที่โผล่มาช่วงต้นๆเรื่อง

กล่องที่สามเป็นตัวทีเด็ด ตัวร้ายของเรื่องคือ บอส และสแตนด์ King Crimson 

แถมตัวร้ายในร่างไร้เดียงสามาให้ (กล่องนี้แพงที่สุดในซีรี่ย์+สวยสุดๆ)

 

กล่องที่สี่ เป็น 1 ในทีมของพระรอง ชื่อ นารันซ่า และ สแตนด์ Aerosmith

อันนี้เป็นกล่องเล็กกว่าตัวอื่นๆ

 

ชุดนี้มีกล่องเล็กอีก 2 กล่องซึ่งหายากพอสมควร ถ้าดวงดี+มีตังค์ถึงอาจจะได้มาไว้ครอบครอง

เพราะเคยเห็นพ่อค้าฮ่องกงโพสต์ขายใน e-bay ตัวนึงประมาณ 4-5000 ตายแน่ๆ

 

Posted in Hobbies | 2 Comments

เรื่องของผม

 
อาทิตย์ก่อนนู้นไปดูหนังที่พารากอนมา กะว่าดูเสร็จแล้วจะไปเก็บเหล้าที่ไอซ์บาร์
 
ระหว่างรอให้ถึงเวลาหนังฉาย รู้สึกหัวมันเน่าๆเลยไปเดินหาร้านสระไดร์ซะหน่อย
 
แถวสยามก็เคยเข้ามาหลายร้านแล้ว วันนี้มาพารากอนเข้าไปสระร้านในพารากอนดีกว่า
 
เดินๆไปชั้น 2f ด้านหลังห้างใกล้ๆ Asia book ก็เจอร้านอย่างว่าอยู่ 4 ร้าน จะเข้าร้านไหนดีฟะ
 
เดินวนๆดู ร้านแรกที่เจอก็นี่เลย ‘Sak by Chalachol มองเข้าไปแล้วแปลกๆ
 
ร้านของชลาชลเรอเนี่ย ทำไมแต่งเหมือนร้านเสี่ยวๆหลอกเด็ก แต่ดูท่าทางจะแพงกว่าชลาชลทั่วไปแน่ๆ
 
ด้วยประสบการณ์ที่เข้าร้านนี้มาหลายสาขา สระไดร์ก็ไม่ค่อยดีเท่าไร (ร้านตามห้างหาดียากมาก)
 

มองไปด้านตรงข้ามเจอร้าน Qi ของ Shiseido ร้านนี้ออกแนวญี่ปุ่นโมเดิร์น เน้นทางด้านพวก Spa นวดหน้า

แต่มี Salon ด้วย มีราคาติดไว้หน้าร้าน สระไดร์ 250-350 ถ้าผมยาวๆอย่างเราเข้าไปนี่โดน 350 เต็มๆแน่

แต่ดูแล้วก็น่าสนใจ มองเข้าไปไม่ค่อยมีพนักงาน ที่มีอยู่ก็ติดลูกค้า อะเดินต่อๆ

ร้านถัดไปคือ เกตุวดี แกนดินี่ เวอร์ชั่น KG inter ร้านนี้เคยเห็นชื่อบ่อยๆ ช่วงเครดิตท้ายรายการทีวี

ของวางโชวในร้านมีแต่ยี่ห้อ Kerastase แต่งร้านอย่างเต็มที่ ดูพนักงานในร้านแล้วเข้าไปโดนฟันเละแน่ๆ

ไม่มีป้ายราคาให้ดูอีกต่างหาก

มาถึงร้านสุดท้าย MOGA International อันนี้มองเข้าไปดูเป็นร้านเล็กๆทั่วไป แต่งร้านธรรมดา

ท่าทางไม่น่าแพง น่าจะพอๆกับในสยามเซนเตอร์ สัก 200 หรือ แพงกว่านั้นนิดหน่อย ไม่ถึง 300 แน่ๆ 

เอาวะ เข้าร้านนี้ละกัน เดินเมื่อยแล้ว เด๋วจะรีบไปดูหนังอีก เดินแว้บเข้าไปเหลือบไปเห็นป้ายด้านในที่เคาเตอร์

สระไดร์ 350-450 โอ้วตายห่า เราจะโดนเท่าไรเนี่ย รู้งี้เข้ร้าน Qi ซะแต่แรกก็หมดเรื่อง

สุดท้ายตอนจ่ายเงินพนักงานคงยังปรานี เพราะว่าเราบอกไม่ต้องไดร์มากแค่เป่าๆพอ จะรีบไปดูหนัง

โดนซัดไป 400 บาท เอาไปกินอะไรอร่อยๆดีกว่าอีกนะเนี่ย สระก็ไม่ได้พิเศษอะไรมากแค่ใช้น้ำอุ่น

เตียงสระปรับระดับด้วยไฟฟ้า ร้านที่ถูกกว่านี้ก็มี แต่คนสระก็ประคองหัวเราสุดๆ คิดซะว่าดีกว่าชลาชลละกัน

เคยตัดผมแพงๆ ประมาณ 6-700 ที่ Tony & Guy กับ เกศเกล้า แต่นั่นยังใช้ฝีมือช่าง ไม่ได้สระผมอย่างเดียว

ต่อไปคงต้องเลิกเข้าไปสระตามห้างซะแล้ว เข้าร้านประจำเหมือนเดิมสระไดร์อย่างดี 60 เอง !!

 

Posted in Health and wellness | 4 Comments

Busy

 
ใกล้เวลาส่งโปรเจคแล้ว ไม่ว่างออกไปไหนเลย ต้องงดเที่ยวยาวๆ 
 
บุญมีแต่กรรมบัง
 
ได้บัตรดูหนังฟรีที่โรง Paragon Cineplex ตั้ง 30 ที่นั่ง
 
แต่ดันให้ใช้ได้จนถึงก่อนสิ้นเดือนมีนาคม  
 
มีงานแบบนี้ แล้วจะไปดูที่ไหนทัน !!
 
 
Posted in Life | 6 Comments

Love You All

 
  ++ Happy New Year 2007 ++                 
 
                     To
 
               All People
 
+ That Come to Join MySpace +
 
                     
              +++++++ 
 
Posted in Life | 2 Comments